วันนี้ดาราพร่างพราย
โลกที่ไม่มีเสียงยังคงดูสงบนิ่ง
ทว่าระเบิดตูตามตลอดเวลา
ฉันชี้นิ้วนับ
ล้านล้านดาวฤกษ์ที่ส่องประกายลิบลิบนั้น
กำลังครวญครางก่อนจะกลายเป็นเนบิวล่า
ลอย
ลอยไป
ฉันลอยไปในอวกาศ
ไร้จุดหมาย
ไร้ทิศทาง
ไร้ความเศร้าใดใด
วันหนึ่งก็หยุด
หยุดหายใจ
เมื่อได้มองโลกในมุมสูง
ดาวเคราะห์สีฟ้า
ช่างเปล่งประกาย
ช่างงดงาม
ตีลังกาสามครั้งกลางอากาศ
ดาราและอุกาบาตรอบกายโคจรสามร้อยหกสิบองศา
ใช้ใจเปล่งบทเพลงไปในสุญญากาศ
ไร้เสียงโดยสิ้นเชิง
หัวเราะ
และอีกครั้งที่ไม่มีเสียง
ฉันหลับตาลง
ฟังเสียงในใจ
เต้นระบำไปบนทางช้างเผือก
โลกที่ไม่มีเสียงยังคงดูสงบนิ่ง
ทว่าระเบิดตูตามตลอดเวลา
ฉันชี้นิ้วนับ
ล้านล้านดาวฤกษ์ที่ส่องประกายลิบลิบนั้น
กำลังครวญครางก่อนจะกลายเป็นเนบิวล่า
ลอย
ลอยไป
ฉันลอยไปในอวกาศ
ไร้จุดหมาย
ไร้ทิศทาง
ไร้ความเศร้าใดใด
วันหนึ่งก็หยุด
หยุดหายใจ
เมื่อได้มองโลกในมุมสูง
ดาวเคราะห์สีฟ้า
ช่างเปล่งประกาย
ช่างงดงาม
ตีลังกาสามครั้งกลางอากาศ
ดาราและอุกาบาตรอบกายโคจรสามร้อยหกสิบองศา
ใช้ใจเปล่งบทเพลงไปในสุญญากาศ
ไร้เสียงโดยสิ้นเชิง
หัวเราะ
และอีกครั้งที่ไม่มีเสียง
ฉันหลับตาลง
ฟังเสียงในใจ
เต้นระบำไปบนทางช้างเผือก
...จนกว่าจะถึงดาวอีกดวง...
Tags: poem, กลอน, บทกวี16 Comments









#1 By VAR on 2008-07-25 11:50