The Last Blue Sky
posted on 31 Mar 2009 00:36 by ayano in writing
กำลังจะตาย
ฉันกำลังจะตายจริงๆ
เหมือนเกิดรูขนาดใหญ่ที่มีเลือดเนื้อไหลรั่วออกจากเปลือกร่างกายนี้
จนท้ายสุดก็ไม่มีอะไรอยู่ภายใน
แล้วน้ำตาค่อยไหลตามออกมา
นับแต่นั้น
ฉันจึงรู้สึกว่าสูญเสียทุกสิ่ง และเป็นคนที่น่าเศร้าที่สุดในโลก
หากแต่นั่นเป็นความรู้สึกเห็นแก่ตัวครั้งสุดท้ายของฉัน
ท้องฟ้าที่เจือแต้มด้วยสีขาวของปุยเมฆ
จะยังเป็นสีขาวไปชั่วนิรันดร์
หรือบางคราวจะขุ่นหมองด้วยสายฟ้าแปลบปลาบ และ ฝุ่นละออง
ทอดสายตาไปยังโลกหน้า
รอเวลาที่ยมบาลจะมารับตัวไป
แล้วก็ผ่านไปอีกหนึ่งวัน
วันที่สอง
ฉันพยายามนึกตรึกตรองทั้งที่สมองว่างเปล่า
หายใจเข้า หายใจออก เท่าที่ยังทำได้
ราวกับว่าพรุ่งนี้จะไม่ตื่นขึ้นมา
มองฝ้าเพดานลายตาราง
พรุ่งนี้มันอาจถล่มทลาย เปิดให้เห็นฟ้าดำมืดว่างเปล่า
สูงลิบลับ
หลับตาลง
ยังยินดีที่หัวใจเต้น
ถึงจะถี่รัว
ไม่เคยสักครั้งที่จะได้ยินมันดังก้องเพียงนี้
ผู้คนที่รายรอบเริ่มที่จะเหนื่อยล้า
น้ำตาและความอาลัย
ความอ่อนแอที่ไม่อาจปกปิด
และความละโมบที่บินฉวัดเฉวียนเหมือนนกแร้ง
แม้ฉันยังไม่ตาย
แต่ก็รู้สึกเหมือนกำลังถูกฉีกทึ้งให้แหลกคาเตียง
ยังดีที่แม่จับมือเอาไว้ อุ่นไปถึงหัวใจ
ท้องฟ้าสีฟ้าค่อยๆมืดลง
แสงสว่างสุดท้ายดูคล้ายลำเส้นสีขาวเล็กๆที่หดสั้นลง
เหนื่อยหน่ายเกินกว่าจะห่วงหวงสิ่งใด
ทว่าน้ำตาที่อาบหน้าผู้คนเหล่านั้น...
ผู้คนที่ฉันรัก
สัปเหร่อยกร่างฉันใส่ในโลง
มัดด้วยด้ายขาว ราวกับกลัวศพจะลุกเต้น
แม่ร้องไห้จนตาบวมเป่ง
เป็นลมครั้งแล้วครั้งเล่า แทบจะดับดิ้น
คนรักคนของฉัน
นั่งเหม่อมองไป สติลบเลือน
แว่วเสียงสวด
ไอธูป
กลิ่นควันคละคลุ้ง
ฉันค่อยๆหายไปในอากาศ
ไม่มียมบาล
ไม่มีโลกหน้า
ไม่มีนรก หรือ สวรรค์
...มีเพียงความว่างเปล่าที่กำลังรออยู่
0:31 28/3/2552










เลือยหาย
ในอากาศ
#1 By O ช้างต้น on 2009-03-31 01:38