Short Story :: The Moderator

posted on 14 Sep 2009 00:56 by ayano in writing

 

 

 

 

 

The Moderator

-Jasmine Lala-

 

 

ชู่ว….

….

..

            .

ชู่ววว

..

.

ผมส่งเสียงครั้งที่สอง

 

นั่นเป็นเสียงกระซิบ...ไม่ใช่กับใคร...ไม่ใช่กับตัวเอง...ไม่ใช่กับอะไรทั้งนั้น....

ไม่รู้สิ...ผมเพียงอยากจะส่งเสียงเพื่อให้แน่ใจว่าฟันหน้ายังอยู่ครบ

 

ตัวผมไม่ใช่ชายหนุ่ม ไม่ใช่ชายวัยกลางคน ไม่ใช่ชายชรา ผมเป็นบางสิ่ง หรือบางอย่างที่อยู่มานาน เกินกว่ามนุษย์ใดในยุคก่อนจะจินตนาการได้ สิ่งที่โดยทางทฤษฎีเรียกว่าร่างกายของผมถูกหล่อด้วยของเหลวชนิดพิเศษตั้งแต่หัวจรดเท้า บรรจุไว้ในโหลแก้วขนาดใหญ่ เรียงอัดแน่นอยู่ในห้องใต้ดินซึ่งอยู่ลึกลงไปใต้ผิวโลกเป็นพันๆเมตรร่วมกับเพื่อนมนุษย์อีกหมื่นแสน ไม่เคลื่อนไหว ไม่บุบสลาย ไม่แก่เฒ่า

 

มันดูราวกับเป็นการถนอมอาหาร หรือ อาจจะดูเหมือนการรวมตัวกันของซากวิทยาการอันเกินเลย ผิดเพี้ยน แต่สำหรับผม และมวลมนุษยชาตินี่คือวิถีชีวิต

 

 

 

ทอดมองไปนอกโดมกระจก...ณ ตอนนี้ จะเห็นไอหมอกเคลื่อนตัวบนผิวโลก หนาทึบและเต็มไปด้วยก๊าซซัลเฟอร์ และคาร์บอนมอนออกไซด์ แม้จะมีออกซิเจนและโฮโดรเจน แต่ก็ไม่เพียงพอสำหรับมนุษย์ หรือแม้แต่จุลชีพใดๆ

 

แต่ทว่าความ"ตะแบง"และความดื้อดึงจนถึงที่สุดของมนุษย์ก็ทำให้วิถีการดำรงชีวิตที่พิลึกพิลั่นที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลกมนุษย์

 

ถ้าสิ่งที่ท่านกำลังเห็นเป็นเพียงโดมแก้วสีขาว ลอยเด่นอยู่กลางกลุ่มหมอกบนดาวเคราะห์เวิ้งว้างว่างเปล่า นั่นแสดงว่าท่านยังไม่มีประสิทธิภาพพอที่จะมองเห็นถึงอีกด้านหนึ่ง เช่นเดียวกับยามที่ท่านมองกล่องลูกบากศ์ ท่านจะสามารถเห็นด้านต่างๆพร้อมกันได้ไม่เกินสามด้าน การมองเห็นพร้อมกันทั้งหกด้านย่อมเป็นสิ่งที่เกิดความสามารถและความเข้าใจ

 

ณ อีกด้านหนึ่ง ซึ่งผมอยากจะอธิบายให้ท่านที่เป็นมนุษย์ยุคเก่าหัวช้าเข้าใจได้ง่ายๆ ก็คือโลกของจิต เป็นโลกที่แม้จะแตกต่างจากโลกที่แท้จริงไปบ้างในแง่ของความสมจริงสมจัง แต่ส่วนใหญ่ก็มีความคล้ายคลึงกัน และผกผันไปตามความต้องการของมนุษย์

 

ถึงแม้ว่าเราจะไม่มีร่างสำหรับการดำรงชีวิต ดื่มกิน หรือสืบพันธุ์ มนุษย์ในยุคนี้ก็ยังมีดวงจิตที่สามารถท่องไปยังที่ใดๆก็ได้ในเครือข่ายไร้สายที่โยงใยกัน  แล้วด้วยพลังแห่งจิตนั้นพวกเรายังสามารถอยู่ในรูปใดก็ได้ จะงดงามหรือน่าเกลียด เคลื่อนที่จากประเทศหนึ่ง ไปอีกประเทศหนึ่งเร็วตามแต่ใจนึกคิด หรือ ปลงสังเวชตนเองจนลบตัวเองกออกไปจากระบบเสียเลยก็เห็นกันมานักต่อนัก พลังจิตของเราซึ่งอยู่ในรูปของคลื่นพลังงานล้วนสัมพันธ์กับการสร้างชุดโปรแกรมเพื่อจำลองวิถีชีวิตตามรูปแบบดั้งเดิมของมนุษย์ เพื่อที่จะไม่ให้หลงลืมในยามที่เราสามารถหวนกลับไปใช้ชีวิตบนผิวโลกได้

 

แรกเริ่มเดิมที ซึ่งอาจเป็นพันปีมาแล้วกระมัง เรามีเพียงบ้าน โรงพยาบาล ธนาคาร และห้องสมุด

ไม่มีพื้นที่เพาะปลูก เพราะการดื่มกินเป็นเรื่องเกิดความจำเป็นเมื่อร่างกายเราถูกหล่อเลี้ยงในโหลยักษ์ให้อิ่มหนำสำราญอยู่แล้ว ทว่าตอนนี้เรามี โรงยิม สนามกีฬา แหล่งบันเทิง สวนสาธารณะ แกลเลอร์รี่ คาสิโน คุก ภูมิประเทศอันหลากหลาย และอื่นๆอีกนับหมื่นแสน โลกเสมือนของเราซับซ้อนขึ้นทุกที แม้ว่าในบางครั้งเราจะพยายามสรรค์สร้างให้ต่างออกไปจากของจริงเพื่อพิสูจน์ความศิวิไลซ์ของมนุษย์ และเป็นการเอาชนะธรรมชาติ แต่ที่สุดแล้วโลกของจิตที่เราสร้างก็หน้าตาเหมือนโลกตามธรรมชาติอยู่ดี

 

ข้อดีของโลกเสมือนก็คือ เราสามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงมันได้ตลอดเวลา  และในที่สุดเราก็จะได้เข้าใกล้สิ่งที่เรียกว่า ยูโทเปีย เสียที

 

 

ณ ตอนนี้ผมยืนอยู่บนยอดหอคอยที่มีชื่อเรียกว่าหอคอยงาช้าง เป็นจุดที่สามารถสลับขั้วจิตออกไปมองโลกแห่งความเป็นจริงได้ อยู่กลางยูโทเปียที่เจ็ด เป็นเมืองที่ทันสมัยที่สุดของโลก เป็นเมืองที่ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยสถาปนิกที่มีพลังจิตและมันสมองเป็นเลิศ คนที่นี่พูดจาไพเราะ พยายามโกหกให้น้อยที่สุด เนื้อตัวก็สะอาดอยู่เสมอ แต่มันก็น่าขำอยู่ในที หากจะพูดเพราะตลอดเวลา ความจริงใจมันก็หายไปเสียครึ่งหนึ่งแล้ว ยิ่งเวลาสบถ หรืออุทานอย่างหยาบคายไม่ได้ สรุปแล้วมนุษย์ในเมืองนี้ก็ไม่ต่างจากมนุษย์โบราณสักเท่าใด

 

บนยอดหอคอยงาช้างไม่ค่อยมีคน ประชากรส่วนใหญ่ชอบอยู่ตรงชั้นกลางๆและจัดงานปาร์ตี้ คนเรามักหนีห่างจากความเป็นจริงที่ชวนเจ็บปวด ผมมาที่นี่ไม่บ่อยนัก อันที่จริงผมก็ไม่ได้ต่างจากพวกเขา ผมแต่งตัวดี หน้าตาหล่อเหลา กายมีกลิ่นหอมและใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้อ บ้าบอ ผมเคยย้ายจิตลงไปสำรวจชั้นใต้ผิวโลก เพื่อสำรวจร่างในโหล และสำนึกว่าจริงๆแล้วเรานี่ช่างหน้าตาทุเรศเหลือใจ ผมไม่ได้ลงไปอีกเลย จนกระทั่งบัดนี้

 

แสงอาทิตย์ยามบ่ายทอดลงบนกลุ่มหมอกควันข้างนอกนั่น เงาของผมทอดยาวลงบนพื้น ผู้สร้างโลกนี้ช่างคิดจริงหนอ ที่ยังไม่ลืมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแสงและเงา หรืออาจเป็นเพราะนั่นคือจุดแรกเริ่มของสรรพสิ่ง...แสง และ เงา...

 

ภาพโฮโลแกรมของชายอีกคนหนึ่งค่อยๆปรากฏขึ้นข้างกายผม เหมือนว่าเขาจะย้ายจิตมาอย่างฉับพลัน เงาของเขาทอดยาวเคียงข้างเงาของผม

 

สวัสดียามบ่ายเขากล่าว มือหนึ่งถือแก้วไวน์แดงส่งกลิ่นแบบของมึนเมา แต่ใบหน้าอ่อนเยาว์นั้นยังหล่อเหลา

 

สวัสดีผมกล่าวตอบ จำได้ว่าเคยเจอเขาครั้งหนึ่งในงานปาร์ตี้ เป็นคนประเภทชอบสังคม ดื่มหนัก และจะเสพแต่เหล้าที่มีฟังชั่นทำให้มึนเมาอยู่เสมอ

 

กำลังมองโลกของเราอยู่หรือ

 

ด้วยความเวทนาผมยิ้มตรงมุมปาก

 

บางครั้งมันก็ดูสวยดีนะ

 

ผมเชิดคางขึ้นอย่างสุภาพบุรุษผู้เปี่ยมด้วยศักดิ์ศรี มองควันพิษพวกนั้นกับซากอารยธรรมที่โผล่พ้นม่านหมอกขึ้นมาเป็นหย่อมๆสีดำแล้วเงียบไปครู่หนึ่ง

  </