เรื่องสั้น :: Light

posted on 30 Jan 2010 00:51 by ayano in writing

1.
 
แสบตา
"แม่ครับ วานปิดม่านให้ผมทีครับ"
ใครบางคนปิดม่านให้เขาด้วยจังหวะที่ไม่คุ้นเคย
"...ขอบคุณครับ"
แต่เขาก็พึมพำขอบคุณ

เขาตื่นขึ่นราวครึ่งชั่วโมงให้หลัง เพราะถูกรบกวนด้วยแสงอาทิตย์ที่แยงมาจากร่องม่าน แต่นี่ก็บ่งบอกว่านี่มันสายโด่งแล้ว เขาควรจะตื่นได้แล้ว เด็กหนุ่มควานมือหาโทรศัพท์มือถือที่มักจะวางอยู่ข้างกาย เปิดฝาหน้าจอแล้วเขม้นดูนาฬืกาผ่านดวงตาที่หรี่ปรือ จอสีดำตายสนิท ไม่มีตัวเลขใดๆวิ่งขึ้นมา แบตเตอร์รี่เหมือนจะหมดไปแล้วเมื่อหลายชั่วโมงก่อน 
 
อากาศร้อนแบบอากาศปกติของบ้านเรา ห้องถูกย้อมเป็นสีเขียวอ่อนเพราะแสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านม่าน เขานั่งคุกเข่าบนเตียงสีขาวแล้วมองไปรอบๆ พบว่านี่ไม่ใช่ห้องนอนของตัวเอง

เตียงที่เขานั่งอยู่เป็นเตียงสี่เสา ห่างออกไปมีโต๊ะเครื่องแป้งแบบโบราณกับพานใส่พวกเครื่องประดับ
ถัดมามีหีบไม้ใบใหญ่กับตู้เสื้อผ้าที่เปิดแง้มอยู่ ผ้าลูกไม้กับผ้ายาวเป็นแถบๆไหลออกมากองบนพื้นไม้ปาร์เก้ต์
 
เขาก้าวลงจากเตียง สำรวจร่างกายตัวเองและพบว่าเครื่องในยังอยู่ กระเป๋าเงินยังอยู่ โทรศัพท์ยังอยู่ กุญแจบ้านยังอยู่ เด็กหนุ่มเดินตรงไปที่โต๊ะเครื่องแป้งราวคุ้นเคยกับห้องแนวย้อนยุคนี้ เงาของเขาสะท้อนบนกระจกที่เริ่มจะขึ้นเป็นจุดๆสีดำ เป็นภาพเด็กหนุ่มรูปงามอายุราวสิบเจ็ดต้นๆที่มีผมดำมันขลับ ริมฝีปากบาง และลำคอขาวผ่อง  เด็กหนุ่มขมวดคิ้วแน่น หันคอขึ้นส่องกระจก 'รอยกัด...' เขาแน่ใจเช่นนั้นในแวบแรกที่เห็นลำคอของตัวเอง ใช่แล้ว...เป็นรอยเขี้ยวจากปากเล็กๆสองรู ระยะระหว่างรูทั้งสองไม่ห่างกันนัก เป็นรอยกัดเพียงครั้งเดียวที่ไม่ลึกมาก บาดแผลดูเรียบร้อย เหมือนกัดอย่างไม่ลังเล
 
  เขาไม่ได้มีสีหน้าเป็นเดือดเป็นร้อนแต่อย่างใด สีหน้าของเขาเรียบเฉย แถมในใจยังอาจจะคิดเสียอีกว่า ทำไมไม่กัดเขาให้ตายไปเสียเลย เด็กหนุ่มล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบหมากฝรั่งแผ่นเล็กๆขึ้นมาเคี้ยว รสเปปเปอร์มินท์ช่วยกลบรสเค็มประหลาดที่อยู่ในปาก เขาเพิ่งรู้ตัวว่าที่มุมปากมีคราบสีน้ำตาลติดอยู่ จึงดึงชายเสื้อเชิ้ตขึ้นมาเช็ด เผยให้เห็นหน้าท้องแบนราบสีขาวใสสะท้อนในกระจก
 
เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นกลับมองตัวเองในกระจกเสยผมสองสามที จากนั้นจึงก้มลงหยิบบางอย่างในพานใส่ของที่กระจัดกระจายไปด้วยแหวนทอง ต่างหู น้ำอบในขวดแก้วปลายแหลม โหลใส่แป้งร่ำ และ เศษสตางค์ เขาหยิบเศษสตางค์ขึ้นมาดู เป็นสตางค์แดงที่มีรูตรงกลาง 

 
  เขากำลังส่องตามผ่านรูนั้นด้วยความสงสัยใคร่รู้ ขณะนั้น...ใครบางคนก็เข้ามาในห้อง 
 
ความรู้สึกเย็นวาบก็เกิดขึ้นที่แผ่นหลังก่อนจะไหลมาหาหน้าท้อง สัมผัสของมือเล็กๆขาวซีดคลอเคลียกำลังอยู่แถวสะดือ สัมผัสนั้นชำแรกผ่านเสื้อเชิ้ตสีขาวลงไปถึงเนื้อหนัง สตรีที่โอบเขาจากด้านหลังซุกใบหน้าลงกับแผ่นหลังของเขาแล้วสูดกลิ่นไอ
 
"ตะวันยังไม่ตกดิน กลับไปนอนในโลงก่อนเถอะ" เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงไร้ความรู้สึก
 
เธอกระชับอ้อมกอด เงาในกระจกสะท้อนภาพเด็กสาวที่ดูผิวเผินอายุอานามไล่เลี่ยกับเด็กหนุ่ม หล่อนสวมชุดลูกไม้แขนพองสีขาวและนุ่งผ้าม่วงสีดำ ผมเป็นมันขลับยาวประบ่า ริมฝีปากแดงจัดที่เผยอน้อยๆจัดวางอย่างพอเหมาะบนใบหน้าสะสวย เธอไล้นื้วไปบนรอยกัดบนลำคอของเด็กหนุ่ม สายตาแสดงความรักใคร่
 
"ยังเจ็บอยู่ไหม"
 
"ไม่แล้วล่ะ"
 
"แต่ว่า" น้ำตาของเธอรื้นขึ้นมาบนขอบตาที่เป็นสีแดงจัด
 
"เลิกทำตัวเหมือนเป็นแม่ซะที" เขาเอ่ยเสียงแข็ง
 
เด็กหนุ่มปัดมือของเธอออก "ผมจะกลับบ้าน" เขาเอ่ยพลางสะบัดตัวออกห่าง
 
หญิงสาวยืนนิ่ง มองดูเขาเดินออกจากประตูห้อง ทุกอย่างเงียบสงัด มีเพียงเสียงปิดประตูดังด้วยโทสะที่ทำลายความเงียบ
 
 
 
เด็กหนุ่มก้าวฉับๆไปบนระเบียงภายในเรือนไม้ เขามองลงไปด้านล่าง ห้องรับแขกถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อย มีน้ำชาและบิสกิตอยู่บนโต๊ะกาแฟตามคำสั่งของเธอ ห่างออกไปเล็กน้อย"นายวาด" คนรับใช้ของเธอกำลังจรดแผ่นเสียงลงบนเครื่องเล่นแบบโบราณ มันบรรเลงเพลงคลาสสิกออกมา
 
"คุณท่าน จะรีบไปไหนหรือขอรับ" นายวาดเงยใบหน้าอันเต็มไปด้วยรอยยับย่นขึ้นมองเขา
 
"ผมจะกลับบ้าน ขอยืมร่มหน่อย" 
 
"ขอรับ" นายวาดรีบกุลีกุจอไปหาร่มมาให้เขา
 
เด็กหนุ่มกางร่ม ภาวนาให้ตัวเองไม่เป็นเถ้าไปซะก่อนเมื่อออกไปกลางแดด เขาเห็นหล่อนไปยืนรอรับเขาที่โรงเรียนในตอนกลางวันหลายต่อหลายครั้ง เขาคิดว่าไม่น่าจะเป็นอะไรถ้าเขาในตอนนี้ออกแดด

 
เขาเดินออกจากประตูบ้านพร้อมกับร่มสีดำ แสงแดดตอนกลางวันที่ว่าปกติก็ร้อนแรงอยู่แล้ว วันนี้มันยิ่งร้อนแรงราวกับมีเปลวเพลิงมาล้อมรอบ เขาหันกลับไปมองบ้าน มันกลายสภาพเป็นบ้านร้างผุพังไปในทันที เป็นเช่นนี้เสมอเมื่อมองจากด้านนอก
 
เด็กหนุ่มเดินกลับบ้านซึ่งอยู่ถัดไปสองซอย ระหว่างทางเขาได้รอยไหม้แดดเป็นจ้ำแดงๆมาหลายรอย แทบนึกภาพไม่ออกเลยว่า หล่อนต้องทนทุกข์เป็นกี่เท่าของเขาเพียงเพื่อออกมาพบกันในตอนกลางวัน
 
ไม่มีใครรออยู่ที่บ้าน แม่ของเขาเพิ่งกลับไปอเมริกาเมื่อวันก่อน ส่วนน้องสาวก็คงกลับไปอยู่หอพักเขากลับเข้าไปนอนในห้องนอนแคบๆของทาวน์เฮาส์ นอนแผ่ หน้าสู้เพดาน ดวงตาของเขาพลันเอ่อด้วยน้ำตา
 
 
 
 

 
2.
 
มันเริ่มต้นในคืนหนึ่งเมื่อครึ่งปีก่อน เขาหลงเข้ามาในบ้านอย่างที่ไม่น่าเป็นไปได้ เด็กหนุ่มที่งวยงงสะกดเธอให้นิ่งงัน และสนทนากับเธอด้วยภาษาง่ายๆ 
 
'ที่นี่ที่ไหน?'
และ 
'คุณเป็นใคร?'
 
เมื่อได้คำตอบว่าที่นี่คือบ้านผีสิง และเธอเป็นผีดูดเลือด เขาก็ดูจะพอใจแล้วกลับออกไป แต่เขาก็กลับมาคืนแล้วคืนเล่า เด็กหนุ่มที่หงอยเหงาต้องการเพื่อนคุย และเธอก็คุยด้วยทั้งที่ภายในปรารถนาในรสเลือดที่ไม่ได้ลิ้มรสมานานแสนนาน
 
เมื่อรู้ตัวอีกที จากอาการหลงรักเพียงแรกพบ กลับกลายเป็นความลุ่มหลงเกินพอดี เธอเริ่มติดตามเขาไปทุกที่ ไม่ใช่ด้วยกายหยาบ ก็ไปด้วยวิญญาณ ทั้งเวลาที่เขารู้ตัวและไม่รู้ตัว ไม่ว่ายามหลับ หรือ ยามตื่น ยอมออกจากบ้านในเวลากลางวัน ปลอมตัวเป็นคนธรรมดาเพื่อไปไหนต่อไหนด้วยกัน ยอมคลุกคลีกับมนุษย์ที่ครั้งหนึ่งเธอเคยมองว่าเป็นพวกไพร่ชั้นต่ำ
 
ผ่านไปหนึ่งร้อยราตรีจากเพื่อนคุย ไม่นานก็แปรเปลี่ยนเป็นคนรัก เมื่อถึงเวลานั้น เธอยิ่งคลุ้มคลั่ง ยามที่สายตาทอดมองเห็นผิวกายอันแบบบางนั้น แทบจะหยุดตัวเองไม่ให้กระโจนใส่ไม่ได้
 
ความรู้สึกนั้นระเบิดออกมาในราตรีที่ผ่านมา
 
มันเป็นคืนแห่งความปรารถนา เป็นคืนที่เธอกินเขาทั้งเป็น และใช้เล่ห์เพื่อให้ได้มาซึ่งวิญญาณอันอ่อนเยาว์ วินาทีที่หล่อนฝังเขี้ยว มันเหมือนมีเงาดำขึ้นมาห่อหุ้มทั้งเธอและเขาให้ตกอยู่ในคอก เธอเป็นเสือ เขาเป็นสุนัขตัวจ้อย เสือกัด และฉีกกระชากหมาน้อยเป็นชิ้นเล็กน้อย ก่อนจะกินเข้าไปทั้งหมด

หลังจากมนุษย์คนนั้นเดินออกจากห้องไป เธอก็ทรุดกายลงกับพื้นและเริ่มต้นการร้องไห้อันยาวนานและทุกข์ระทม เธอร้องไห้ให้กับตัณหาอันโสมมและความโง่เขลาของตัวเอง ทั้งที่รู้ว่าความสัมพันธ์และความรักที่เขามีให้เธอนั้น มันช่างเจือจางและเปราะบาง...เธอแพ้แล้ว
เด็กสาวร้องไห้จนน้ำตาเหือดแห้งแล้วจึงคลานขึ้นไปบนเตียง เพื่อเก็บกลิ่นไอของตัวเขาที่อาจหลงเหลืออยู่
 
 
 
 
 
3.
 
 
เขานอนจ้องมองเพดานที่มีคราบราประปราย รู้สึกหิวกระหายแทบขาดใจ แต่พอระลึกได้ว่ากำลังกระหายสิ่งใด ก็กลับชาไปทั้งตัวด้วยความพรั่นพรึง
เขาหวนคิดถึงคืนแรกที่เขาหลงเข้าไปในบ้านหลังนั้น เด็กหนุ่มหลงไปตามเสียงเปียโนที่ดังออกมาจากบ้านร้างซึ่งไม่น่ามีอะไร แต่เขาก็ได้พบมากกว่าเสียงเปียโน...เขา พบ เธอ
 
เขาถามคำถามโง่ๆ 'ที่นี่ที่ไหน?' 'คุณเป็นใคร?' 
 
ทั้งที่เห็นอยู่แล้วว่าเด็กสาวคนนี้ไม่น่าจะใช่คน และบ้านหลังนี้ต้องมีผีสิงแน่นอน 
 
เด็กหนุ่มตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกพบ จนหนึ่งอาทิตย์ผ่านไป จนร้อยวันผ่านไป จนหกเดือนผ่านไป จนกระทั่งวันนี้ ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง
 
ภาพของเธอติดอยู่ในหัวของเขา ริมฝีปากแดงเรื่อ เส้นผมสลวย กลิ่นกายจากน้ำหอมที่ไม่เหมือนใครบนโลกหล้าจนเขาต้องกลับไปที่บ้านหลังนั้น คืนแล้วคืนเล่า เพียงเพื่อพบกับเธอ ได้โอบกอดเธอ ได้จุมพิตเธอ พูดคุย หัวร่อ และในที่สุดก็ได้ร่วมรักกับเธอ จนกระทั่ง...
 
มันก็เป็นความสับสนและทรมาน เขาเป็นคน แล้วเธอเป็นอะไร นึกเพียงเท่านี้ก็ขนพองสยองเกล้า แต่เขาก็รักเธอ รักเธอเท่าที่เด็กหนุ่มคนหนึ่งจะรักได้
และคืนนี้เขาจะกลับไป...เป็นครั้งสุดท้าย
 
 
 
 
4.
 
ร่างแบบบางของเด็กสาวถูกปลุกให้ตื่นในเวลาที่ท้องฟ้าแต้มดาว เธอตื่นด้วยอ้อมกอดที่ห่อหุ้มไปด้วยเนื้ออุ่นๆผิดกับของเธอ 
 
"ผมหิว" เขากระซิบที่ข้างหูเธอ
 
"อือ" เธอตอบรับในลำคอ
 
เขาขึ้นนั่งบนตัวเธอ ให้นิ้วมือที่เรียวยาวปลดเสื้อที่ปิดถึงคอออกอย่างเร่งร้อน ก่อนจะก้มลงฝังเขี้ยวลงที่กระดูกไหปลาร้า เริ่มอย่างเชื่องช้าและยาวนาน เลือดข้นๆเย็นเฉียบไหลลงคอนั้นไม่น่าปรารถนา แต่เมื่อเลือดของเธอค่อยๆอุ่นขึ้น มันก็ปลุกสัญชาติญาณใหม่ของเขาให้เร่งดื่มกินอย่างตะกละตะกรามราวกับจะตายในนาทีถัดไป...
 
เธอกระหวัดมือกอดเขาไว้แนบแน่นขณะที่เขากดร่างของเธอจนหัวจมหมอน ตัวจมฟูก หญิงสาวรู้สึกเหมือนลอยขึ้นสูง และดึ่งลงต่ำสบับกัน มันวูบไหวราวกับว่าตนเองได้หลุดลอยไปอยู่อีกโลกหนึ่ง โลกที่ไร้ซึ่งความมืด โลกที่มีแต่แสงสว่าง 
 
เธอไม่เหลืออะไรอีกแล้วในโลกใบนี้นอกจากมนุษย์คนนี้ที่กำลังส่องแสงให้กับโลกมืดที่ยาวนานนับร้อยๆปี เขาเปรียบดั่งแสงของเธอที่เธอจะไม่มีวันปล่อยไป เพียงแต่ทว่า...
 
เด็กหนุ่มหยุดดื่มเลือด เขาโงหัวขึ้น หยดเลือดจากปากเขาหยดลงกระทบแก้มของเธอ
 
"จากนี้ไปจะเป็นยังไง" เขาเอ่ยถามเธอด้วยเสียงที่สั่นครือและหวาดกลัว เป็นแววตาที่ถูกต้อนให้จนมุม
 
"ฉัน...ก็ไม่รู้เหมือนกัน" เธอตอบเสียงแหบแห้ง ร่างกายเธอดูบอบบางเช่นเด็กสาวอายุสิบห้า แต่ดวงตาของเธอนั้นยากที่ผู้ใดจะหยั่งถึง
 
เด็กหนุ่มก้มลงจุมพิตเธอทีหนึ่ง เป็นจุมพิตง่ายๆ ไร้ความหมายแน่ชัด จากนั้น...เขาชันกายขึ้นสูงเหนือเธอ เขาดึงมีดยาวออกมาจากใต้หมอนซึ่งซ่อนมาโดยตลอด จับมันกระชับมั่นในมือทั้งสองข้าง
 
"มันกำลังจะจบเดี๋ยวนี้ ผมจะฆ่าคุณเอง" เขาเอ่ย ไม่ใช่ด้วยแรงเกลียด แต่เป็นอีกความรู้สึกที่ประหนึ่งจะทำลายให้หัวใจของทั้งสองแหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
 
เด็กสาวไม่มีท่าทีต่อต้าน เธอจ้องหน้าคนเขาเงียบๆ พยายามจดจำใบหน้าของคนรักเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหลับตาลง 
 
ใต้เปลือกตานั้นเธอสัมผัสได้เพียงความมืดมิด เสียงร่ำไห้สะอึกสะอึ้นของผู้อันเป็นที่รัก และ ความสิ้นหวังอันคุ้นเคย

 
 
 
 .....the end


Comment

Comment:

Tweet

ขยันเขียนนะ เอาไป 10/10

#4 By on 2010-02-07 22:35

...เด็กหนุ่มสะอื้นไห้จนยามเช้ามาเยือน
ห้องถูกย้อมเป็นสีเขียวอ่อนอีกครั้ง
เด็กหนุ่มจึงหยุดร่ำไห้ก่อนจากไป...


ปล. กายหยาบ --> ติดมาจากBleach รึเปล่าเ่อ่ย...

#3 By Zirius Sandorius on 2010-01-30 22:53

เดี๋ยวมาอ่านต่อ

#2 By KaTTo-+tOdA on 2010-01-30 13:25

ผีดูดเลือด... จริงๆตอนจบผมคิดว่าเด็กหนุ่มจะฆ่าตัวตายตามเสียอีก เรื่องสนุกมากครับหงัว่าจะได้อ่านเรื่องเเนวๆนี้อีกนะครับ ชอบbig smile Hot!

#1 By gg on 2010-01-30 13:20