water woman

posted on 22 Jan 2011 17:58 by ayano in writing

Water Woman

โดย *นักเขียนบนดาวไม่มีใคร*

 

 

...ผมได้ยินเสียงคลื่น และภายใต้เกลียวคลื่นนั้น...

กลิ่นของเกลือกระทุ้งเข้าไปสู่โสตประสาท

...ทำให้อึดอัด และหายใจไม่ออก...

และ ภายใต้เพดานน้ำอันวิจิตรนั้น ผมคิดว่าผมเห็น

"หญิงสาว"

 

 

               

                หลายสัปดาห์ก่อนผมตื่นขึ้นในโรงพยาบาลประสาท ผมรู้ว่าที่นี่คือที่ไหนเพราะอ่านจากหัวกระดาษบนเชคบอร์ดของนางพยาบาลที่มาตรวจเชคอาการของผมทุกๆชั่วโมง ดูเหมือนว่าผมจะประสบอุบัติเหตุทางน้ำขณะที่ขุดค้นซากเรือบนพื้นทะเลแคริบเบียน หมอบอกว่าผมมีอาการทางประสาท ซ้ำยังเป็นอัมพฤกษ์ซีกตัวด้านขวา เขาบอกว่าผมควรได้รับการรักษา แต่ถึงกระนั้น...ทุกสิ่งก็ดูเลือนรางราวกับว่าผมกำลังเคลิ้มฝันอยู่ตลอดเวลา  

 

                ผมไม่รู้ว่ามันจริงหรือเปล่า บางครั้งผมก็รู้สึกว่าพวกเขาโกหก พวกเขาต้องการจะทำร้ายผม 

                แต่ว่าส่วนใหญ่...ผมไม่สนใจ 

 

                "ได้เวลาเช็ดตัวแล้วค่า" นางพยาบาลสาวยกอ่างน้ำเข้ามาแล้วกางม่านปิด เธอถอดชุดคนไข้ที่มีอยู่แค่สองชิ้นออกจนหมดแล้วเริ่มกิจวัตรเดิมๆผมขยับเคลื่อนไหวเท่าที่ทำได้และส่งเสียงอ้อแอ้ออกทางปากเป็นบางครั้ง

แต่น้อยครั้งที่ผมจะรู้สึกตัว  

                ตั้งแต่ผมมาอยู่ที่โรงพยาบาลประสาทแห่งนี้ ผมรู้สึกราวกับว่ามีบางคนหรือบางอย่างกำลังห่อหุ้มร่างของผม ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร มันแย่งชิงตัวตน และตัดขาดผมออกจากโลกภายนอกผมรู้เพียงว่าตอนนี้ผมแทบจะพูดไม่เป็นภาษามนุษย์ และนานๆครั้ง...ผมก็จะอาละวาด

 

                ...

                โรงพยายบาลประสาทประหนึ่งตกอยู่ในจลาจล เมื่อนางพยาบาลคนหนึ่งกรีดร้องเสียงดังลั่น คนไข้ของเธอดิ้นอาละวาดจนอ่างน้ำและผ้าขนหนูกระเด็นขึ้นไปในอากาศ เขากลิ้งร่างเปลือยเปล่าตกลงจากเตียงแล้วเริ่มคลานไปบนพื้นด้วยแขนสองข้าง ส่งเสียงครางอืออาผ่านปากที่เป็นอัมพฤกษ์ บรรดาผู้ป่วยที่ตกใจกับภาพที่เห็นบ้างก็หัวเราะ บ้างก็กรีดร้อง บางคนถึงกับอาละวาดตามไปก็มี

                "ต้องปายยยย ต้องหนี หนีปายยยย" ผู้ป่วยชายที่กำลังคลานอยู่บนพื้นพูดวลีแรกในรอบหลายสัปดาห์ออกมา บุรุษพยาบาลเข้ามารุมแล้วจับเขาใส่เสื้อลอคแขนและฉีดยาระงับประสาท

 

                ผมรู้สึกเจ็บจี๊ดที่แขนและมองไปรอบๆตัว ทำไมคนพวกนี้ถึงวิ่งไปทั่วนะ? แล้วทำไมผมมาอยู่ตรงนี้ ความมืดเข้ามาปกคลุมแล้วผมก็ผลอยหลับไปในทันที

 

                ...

 

                "ได้เวลาอาหารเช้าแล้วค่ะที่รัก"

                ฝ่ามือนุ่มนุ่มอุ่นๆสัมผัสที่ใบหน้าผมบิดขี้เกียจ ค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้น ผมเห็นแสงแดด และกลิ่นของทะเล เสียงลมอู้เข้ามาในห้อง

 

                "ที่รักคะ" หญิงสาวคนหนึ่งกำลังใช้ปลายนิ้วของเธอหยอกล้อเคราที่ปลายคางของผม

                "อาหารเช้ามีอะไรครับ" ผมถามเธอ ชัดถ้อยชัดคำ

                "ไข่ดาวกับเบค่อนที่คุณชอบไงคะ" เธอตอบเสียงหวาน

                ผมลุกขึ้นยืนตรง มองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นวิวทะเล หาดทรายสีขาวทอดยาว

 

                มันคือความฝันไม่ผิดแน่ ในความฝันผมมักจะกลับไปสู่สภาพปกติก่อนที่จะประสบอุบัติเหตุ และดูเหมือนผู้หญิงคนนั้นจะเป็นภรรยาของผม เธอปรากฏตัวบ่อยในความฝัน ผมล้างหน้าและแปรงฟันในห้องน้ำ ภาพที่สะท้อนในกระจกเป็นใบหน้าที่เกลี้ยงเกลาและสดใส ความจริงผมนี่ก็หน้าตาดีเหมือนกันนะ

                "วันนี้ผมจะออกไปข้างนอกนะที่รัก" ผมร้องบอก ผมกำลังจะไปไหนกันนะ

 

                หลังทานอาหารเช้าอย่างรีบเร่ง ผมก็บึ่งรถสปอร์คคันงามออกไปที่ร้านกาแฟในตัวเมือง นาฬิกาเรือนสีทองที่ข้อมือขวาบอกเวลาสิบเอ็ดนาฬิกา เขารอผมอยู่ที่ด้านในสุดของร้าน ชายในชุดสูทสีดำ ตรงหน้าเขามีแก้วกาแฟกับเอกสารจำนวนหนึ่ง ผมตรงเข้าไปนั่งลงตรงที่ตรงกันข้ามเขา พนักงานเข้ามารับออร์เดอร์และผมสั่งคาปูชิโน่

                แปลกจริงความฝันของผมไม่เคยซับซ้อนขนาดนี้ จะเป็นอย่างไรต่อนะ

 

                "ได้ความว่าไงบ้าง" ผมถามผู้ที่นั่งอยู่ตรงกันข้าม

                ชายลึกลับยกกาแฟขึ้นจิบช้าๆ "เธอไม่ได้กำลังมีชู้ คุณวางใจได้"

                "แล้วผู้ชายในรูปที่คุณถ่ายมาก่อนหน้านี้ล่ะ" ผมแย้ง

                "เธออยู่กับเขาแต่ไม่ได้มีความสัมพันธ์อย่างว่า"

                ผมนิ่งเงียบ มือเกาะขอบโต๊ะแน่น

                ชายลึกลับพูดต่อ "ช่วงที่คุณทำงานให้รัฐบาลมาก็นานแล้ว ท่านรองอนุญาติให้คุณล้างมือแต่ไม่ได้หมายความว่าสถานะของคุณจะกลับสู่สภาพปกตินะ"

                "คุณหมายความว่ายังไง"

                "ชีวิตกการเป็นนักโบราณคดีทางทะเลคงจะเรื่อยเฉื่อยมากสินะ คุณถึงได้ไม่เอะใจเลยสักนิก" ชายลึกลับมีรอยหยักยิ้มเล็กๆที่ริมฝีปาก

                "คุณหมาย-ความ-ว่า-ยัง-ไง เมียผมเกี่ยวอะไรกับงานของผม" ผมทุบโต๊ะดังปัง ผมตกใจในเรี่ยวแรงดั้งเดิมที่ผมเคยมี

 

                ชายลึกลับถอนหายใจ เขายกมือขึ้นถูกขมับไปมาขณะที่เลื่อนเอกสารมาให้ผม

                "คุณเคยสืบประวัติเธอก่อนหน้านี้หรือเปล่า เธอเคยบอกไหมว่าเธอเป็นชาวเกาหลี"

                ตัวผมในความฝันหยิบเอกสารมาดูอย่างร้อนรน ในนั้นมีภาพของภรรยาของผมหลายภาพ หลายภาพแทบดูไม่เหมือนเธอ แต่ผมรู้ว่าเป็นเธอจากเค้าหน้าที่เหลืออยู่บางส่วนเป็นภาษาเกาหลี แต่โดยคร่าวๆ ผมสามารถสรุปได้ว่าเธอเป็นสายลับ

                "ไม่จริง...นี่มันไม่จริง" ผมฉีกเอกสารเหล่านั้นแล้วเขวี้ยงใส่หน้าชายลึกลับ

                เขาไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน "ผมเป็นห่วงคุณนะ ดูเหมือนว่าเธอไม่ได้ต้องการให้คุณเผยความลับอะไรอีกต่อไปแล้ว ถ้าเป็นผม คุณมีทางเลือกเพียงสองทาง"

                "ผมไม่ฆ่าเธอหรอกนะ" ผมพูดทั้งน้ำตา นี่ผมร้องไห้ด้วยหรือนี่

                "งั้นคุณก็ต้องหนี หนีไปซะ!"

 

                ผมรู้สึกได้ว่าตัวทั้งตัวของผมชาไปหมด แปลกจริง มันไม่ควรจะเป็นอย่างนี้นี่นา ผมเดินออกไปนอกร้านกาแฟ สูดอากาศเข้าไปเฮือกใหญ่ หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดเบอร์โทรศัพท์ของเธอแต่ก็เปลี่ยนใจ ผมโดดขึ้นรถแล้วขับกลับไปที่บ้านโดยเร็วที่สุด แต่ก็พบว่าห้องของเธอว่างเปล่า...เธอรู้ตัวแล้ว!

                ผมรีบขับรถออกมาจากที่นั่นทันทีและใช้ถนนสายที่นำไปสู่ท่าเรือ ผมคิดจะหนีออกจากเกาะท่าเรือใกล้เข้ามา ผมเร่งความเร็วขึ้น ทว่าทันใดนั้นเอง ความเจ็บปวดก็แล่นขึ้นมาที่หน้าอก ศีรษะของผมตกไปข้างหนัง ร่างกายก็ปราศจากการควบคุมโดยสิ้นเชิง

               

                เหมือนกับภาพช้า ในความฝันนั้นผมเห็นรถสปอร์ตของผมพุ่งแหกโค้งลงจากขอบทางตกลงไปยังท่าเรือ น้ำทะลักเข้ามาในรถ ผมพยายามดิ้นรน แต่สายไปเสียแล้ว ร่างกายของผมไม่ขยับเขยื้อน หญิงสาวคนหนึ่งปรากฏตัวใต้เกลียวคลื่นแล้วดึงผมออกจากตัวรถ...ภรรยาของผม

 

                ...

                "ได้เวลาเช็ดตัวแล้วค่า"

                ผมตื่นจากฝันทันที ร่างกายยังคงแข็งชา เหงื่อผุดเป็นเม็ดที่หน้าผาก

                ผมได้ยินเสียงพยาบาลสาวขณะที่ผมไม่สามารถหันไปมองหน้าเธอได้

                "ฝันร้ายหรือคะ" เธอพูดขณะที่ปิดม่าน

                หล่อนถอดเสื้อผ้าของผมออก ตอนที่เธอกำลังปลดเสื้อของผมนั่นเอง ผมก็เห็นเธอ ผู้หญิงที่อยู่ใต้น้ำ

                ผมกรีดร้องลั่น ดิ้นจนร่างตกลงไปบนพื้น

 

                ผมต้องหนี ต้องหนีไป ต้องหนีไปให้ได้!

                คำพูดฟังไม่เป็นสรรพสำเนียงดังออกจากปากของผม ขณะที่ผมบังคับให้ร่างกายที่ขยับได้เพียงน้อยนิดเคลื่อนไปตามพื้นทั้งเปลือย

 

                แต่ไปได้ไม่เท่าไหร่ บุรุษพยาบาลก็เข้ามารวบตัวผม ความเงียบสงบเข้ารุกล้ำจากภายใน ผมเลิกหนี ฉับพลันก็งุนงงว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ โลกมืดลง และผมก็ได้ยินเสียงคลื่น เห็นแสงแดด ได้กลิ่นของทะเล และผู้หญิงคนนั้น ที่ปรากฏตัวขึ้นใต้เกลียวคลื่น...ความสงบรุกล้ำจนผมแทบจะไม่สนใจว่าเกิดอะไรขึ้น

                มันไม่สำคัญหรอกว่าความจริงจะเป็นอย่างไร ในเมื่อสมองของผมมันบ้าบอ บางทีเรื่องทั้งหมดอาจจะเป็นแค่ความฝันก็ได้ ไม่แน่คราวหน้าผมอาจจะฝันว่าตัวเองเป็นมนุษย์อวกาศที่ขึ้นไปสำรวจบนดาวอังคาร...

 

                ที่นี่มันที่ไหนกันแน่นะ อา...ใช่แล้ว

                หลายสัปดาห์ก่อนผมตื่นขึ้นในโรงพยาบาลประสาท ผมรู้ว่าที่นี่คือที่ไหนเพราะอ่านจากหัวกระดาษบนเชคบอร์ดของนางพยาบาลที่มาตรวจเชคอาการของผมทุกๆชั่วโมง ดูเหมือนว่าผมจะประสบอุบัติเหตุทางน้ำขณะที่ขุดค้นซากยานโบราณบนดาวอังคาร หมอบอกว่าผมมีอาการทางประสาท ซ้ำยังเป็นอัมพฤกษ์ซีกตัวด้านขวา เขาบอกว่าผมควรได้รับการรักษา แต่ถึงกระนั้น ทุกสิ่งก็ดูเลือนรางราวกับว่าผมกำลังเคลิ้มฝันอยู่ตลอดเวลา....

 

...........................................................................

เขียนแบบลุ่นๆๆๆเขียนไปตอนตีสอง <<<ปั่นงาน

พยายามทำให้มันมีความรู้สึกของความเป็น loop แบบ never ending story

แต่ดูเหมือนจะไม่ได้เรื่อง...เฮ้อ...ตกลงว่าฝีมือตกหรือไม่เคยพัฒนากันแน่

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

สำนวนลื่นไหลดีครับ ผมชอบนะให้ความรู้สึกเดาไม่ถูกว่าอะไรเป็นความฝันหรือความจริงดีครับ ประมาณว่าสติเลื่อนลอยเพราะยากล่อมประสาท ส่วนความรู้สึกแบบ never ending story ผมอ่านแล้วก็รู้สึกอยู่นะครับ http://g.exteen.com/i/e/hot.gif

#2 By วิหคภิรมย์ on 2011-12-08 17:01

อยากได้อ่านยาวกว่านี้อีกสักหน่อยbig smile

#1 By Zirius Sandorius on 2011-01-22 23:32